รู้จัก มาซาเอะ คาไซ กัปตันทีมฉายาแม่มดตะวันออก

รู้จัก มาซาเอะ คาไซ

รู้จัก มาซาเอะ คาไซ (Kasai Masae) กัปตันทีมเจ้าของฉายา “แม่มดตะวันออก” ผู้พาวอลเลย์บอลทีมชาติญี่ปุ่น คว้าเหรียญทองได้เป็นครั้งแรกในโอลิมปิก แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ เส้นทางของเธอไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ซึ่งมีชีวประวัติน่าสนใจยังไงบ้าง ไปรู้จักพร้อมกัน

  • จากสาวโรงงานสู่นักกีฬา
  • โอลิมปิกของมาซาเอะ
  • มาซาเอะเลิกเล่นวอลเลย์บอลตอนไหน

ประวัติโดยย่อ มาซาเอะคาไซ มาจากไหน

มาซาเอะคาไซ เป็นชาวเมืองมินามิ-แอลป์ จังหวัดยามานาชิ เธอเกิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 1933 เดิมทีไม่ใช่นักกีฬาอาชีพ แต่เป็นสาวโรงงาน ที่รวมกลุ่มกับเพื่อนเพื่อเล่นวอลเลย์บอล ซึ่งสมัยก่อน วอลเลย์บอลยังเล่นด้วยระบบ 9 คน ก่อนจะเปลี่ยนให้เหลือ 6 คน

มาซาเอะจากสาวโรงงาน กลายเป็นนักกีฬาได้ยังไง

ย้อนไปเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1960 ญี่ปุ่นหลังแพ้สงคราม อยู่ในช่วงที่กำลังฟื้นฟู โดยเน้นสร้างอุตสาหกรรมโรงงาน และจากการเล่นวอลเลย์บอลเพื่อความสนุก กลายเป็นแต่ละโรงงาน จัดตั้งทีมของตัวเองขึ้นมา และด้วยความสูงกว่า 170 ซม. ของมาซาเอะ ในตำแหน่งเซตเตอร์ เธอได้รับเลือกจากทีมของโรงงาน Nichibo

หลังจากอยู่กับทีมนิชิโบได้ประมาณ 4 ปี เธอย้ายไปร่วมทีมกับโรงงานไคซึกะ แล้วได้รู้จักกับโค้ชฮิโรฟูมิ ไดมัตสึ มาซาเอะคว้ารางวัลกับทีมไคซึกะได้หลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น แชมป์วอลเลย์บอลออลเจแปน, แชมป์อินเตอร์ซิตี้, แชมป์ทีมคอร์ปอเรท และแชมป์เทศกาลกีฬาแห่งชาติ

ต่อมาญี่ปุ่นเปลี่ยนระบบการเล่น จากผู้เล่น 9 คน เหลือเพียง 6 คน และทีมของมาซาเอะ พัฒนามาจนกลายเป็นทีมชาติญี่ปุ่น และพากันคว้าแชมป์ระดับนานาชาติ ติดต่อกันถึง 175 ครั้ง จนถึงปี 1960 ญี่ปุ่นคว้าเหรียญทองในรายการ FIVB World Championship และอีกครั้งในปี 1962

ที่มา: Masae Kasai Nakamura (2025) [1]

เพื่อเข้าร่วมโอลิมปิก มาซาเอะและทีมฝึกโหดแค่ไหน

รู้จัก มาซาเอะ คาไซ

ค่านิยมของคนญี่ปุ่นในยุค 60 คิดว่าผู้หญิงต้องแต่งงาน ตอนอายุห้ามเกิน 25 ปี เพราะเชื่อว่าหลังจากนั้น พวกเธอจะไร้ค่า ทำให้หลังจากเวิลด์แชมเปียนชิพ นักกีฬาส่วนใหญ่อายุเกือบ 30 ปี และตั้งใจจะอำลา แต่เมื่อวอลเลย์บอลถูกประกาศว่าจะบรรจุในโอลิมปิก พวกเธอต้องกลับมารับใช้ชาติ

ซึ่งมาซาเอะในตอนนั้น มีอายุ 29 ปี และต้องเลือกระหว่างแต่งงาน กับหวนคืนสู่ตำแหน่งกัปตันทีม และเธอตัดสินใจกลับมาอีกครั้ง ซึ่งด้วยความคาดหวัง และพวกเธอต้องเล่นกับนักกีฬายุโรป จึงมีตารางการฝึกที่ค่อนข้างโหด ภายใต้การคุมทีมของโค้ชฮิโรฟุมิ ไดมัตสึ ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “โค้ชปีศาจ”

  • เริ่มฝึก 16.30 น. จนถึง 00.00 น. / มาซาเอะฝึกตั้งแต่ 15.00 น. ถึง 03.00 น. มีเวลาพัก 15 นาที
  • หนึ่งในเทคนิคเด่น คือ ไคเต็ง เรชิบุ หรือท่ารับลูกแล้วม้วนตัว พัฒนามาจากยูโด

ที่มา: สาวโรงงานสู่เหรียญทองโอลิมปิก (11 มีนาคม 2019) [2]

มาซาเอะและแมตช์ประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 1964 เวลา 19.00 น. ประเทศญี่ปุ่น เป็นแมตช์การชิงแชมป์ ที่มีผู้ชมทางการถ่ายทอดสดกว่า 100 ล้านคน และผู้ชมในสนามอีก 4,000 คน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ เจ้าหญิงมิจิโกะ และทีมวอลเลย์บอลหญิงเจ้าภาพ ก็คว้าเหรียญทองมาได้

มาซาเอะเลิกเล่นวอลเลย์บอลตอนไหน และไปทำอะไร

สิ้นสุดโอลิมปิก มาซาเอะได้พบกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในตอนนั้น เพื่อเรียกร้องว่า เธอเลิกกับแฟนและไม่ได้แต่งงาน เนื่องจากตารางฝึกที่ทรหด หลังจากนั้น มาซาเอะได้รับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี จนได้แต่งงานในเวลาต่อมา โดยใช้นามสกุลนากามูระ

และเธอได้ร่วมทำงานเกี่ยวข้องกับกีฬา เช่น

  • โค้ช : มาซาเอะหันมาเป็นผู้ฝึกสอน ทั้งในประเทศและนอกประเทศ (จีน)
  • JVA : เธอได้ทำงานร่วมกับ สมาคมวอลเลย์บอลญี่ปุ่น เช่น เป็นผู้บริหาร, คณะกรรมการ
  • Hall of Fame : ชื่อของเธอถูกเสนอเข้าสู่หอเกียรติยศ ในปี 2008 ประเภทวอลเลย์บอลโลก

บั้นปลายชีวิต อดีตกัปตันแม่มดตะวันตก เสียชีวิตแล้ว

รู้จัก มาซาเอะ คาไซ

หลังจากแต่งงาน มาซาเอะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลนากามูระ เธอใช้ชีวิตยาวนานจนมาถึงปี 2013 และได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 80 ปี ในเดือนตุลาคม จากภาวะเลือดออกในสมอง ที่โรงพยาบาลในโตเกียว

ต่อมาในวันที่ 9 ตุลาคมปีเดียวกัน มีพิธีจัดรำลึกถึงมาซาเอะ ที่โรงแรม The Prince Park Tower Tokyo มีผู้เข้าร่วมราวๆ 500 คน ทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีจุนอิจิโร โคอิซูมิ, เอมิโกะ มิยาโมโตะ, โยชิโกะ มัตสึมูระ (10 ธันวาคม 2013) [3]

เรื่องราวในตอนจบของ รู้จักมาซาเอะคาไซ

เรื่องราวในตอนจบของ รู้จักมาซาเอะคาไซ หรือมาซาเอะนากามูระ แม่ทัพวอลเลย์บอลหญิงญี่ปุ่น ที่เริ่มต้นมาจากทีมสาวโรงงาน สู่ทีมชาติที่ขึ้นโพเดียมอันดับ 1 ในโอลิมปิกประเทศตัวเอง ถึงแม้จะอยู่ในวงการไม่นาน แต่ชื่อของกัปตันแม่มดตะวันออก ยังเป็นที่บอกต่อมาจนถึงทุกวันนี้

ในบรรดานักวอลเลย์บอล มาซาเอะอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่

ในบรรดานักวอลเลย์บอลหญิงระดับโลก มาซาเอะอยู่ในอันดับที่ 9 จาก 199 คน ส่วนหากนับแค่ในญี่ปุ่น เธออยู่ในอันดับ 1 ตามมาด้วยทาคาโกะ ชิราอิ, ผลงาน ซาโอริ คิมูระ, โยชิเอะ ทาเคชิตะ, มิยูกิ ทากาฮาชิ และ ผลงาน เอริกะ อารากิ

มีคนอยากรู้จักมาซาเอะมากน้อยแค่ไหน

จากสถิติการเข้าชมข้อมูล Masae Kasai บนวิกิพีเดีย ฉบับภาษาญี่ปุ่นอยู่ที่ 13,814 ครั้ง ตามมาด้วยภาษาอังกฤษ 2,102 ครั้ง และภาษาจีน 697 ครั้ง ทำให้เห็นว่า ปัจจุบันยังมีคนอยากรู้จัก อดีตกัปตันคนนี้อยู่พอสมควร

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง