วีลแชร์ ฟันดาบ ดวลไวฟันดาบบนรถเข็น

วีลแชร์ ฟันดาบ

วีลแชร์ ฟันดาบ อาจฟังดูเหมือน ชื่อภาพยนตร์แอ็กชัน ยุคอนาคต แต่ความจริงแล้ว นี่คือกีฬาจริง ที่ทั้งเข้มข้น เร้าใจ และไวในระดับที่คนดู ยังต้องเผลอหลบปลายดาบ การแข่งขัน ที่นักกีฬาผู้ใช้รถเข็น จะฟันดาบกันแบบประชิดตัว ด้วยสายตาเฉียบคม มือไว และสมาธิที่นิ่งยิ่งกว่า ฝึกจิตแบบเซน

  • วีลแชร์ฟันดาบ คือกีฬาใช้สมาธิสูง ต้องแม่นยำ และเร็ว
  • กีฬาระดับโลกของไทย ที่สร้างแรงบันดาลใจ ให้คนรุ่นใหม่
  • การเข้าถึงกีฬาวีลแชร์ฟันดาบ ที่ง่ายขึ้นในปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นของกีฬาวีลแชร์ฟันดาบ

เรื่องราวของกีฬานี้ เริ่มต้นขึ้นในช่วงหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 ที่เมืองสโต๊ค แมนเดวิลล์ (Stoke Mandeville) ประเทศอังกฤษ ซึ่งในตอนนั้นมีทหารจำนวนมาก ที่สูญเสียความสามารถในการเดิน และถูกส่งมาฟื้นฟู ที่ศูนย์รักษาเฉพาะทาง แห่งหนึ่ง

แพทย์ผู้บุกเบิกอย่าง เซอร์ ลุดวิก กุตมันน์ (Ludwig Guttmann) เลือกใช้กีฬาเป็นเครื่องมือ ในการฟื้นฟูร่างกาย และจิตใจ หนึ่งในนั้นคือฟันดาบ ซึ่งได้ถูกดัดแปลง ให้สามารถเล่นได้บนรถเข็น กลายเป็น “Wheelchair Fencing” หรือฟันดาบบนวีลแชร์ กีฬานี้ไม่ได้เพียง ช่วยสร้างแรงใจ ให้ผู้ป่วยเท่านั้น

แต่ยังจุดประกายความฝัน ของนักกีฬาทั่วโลก ไม่กี่ปีหลังจากนั้น วีลแชร์ฟันดาบก็กลายเป็นหนึ่งในกีฬาหลัก ของการแข่งขัน พาราลิมปิกเกมส์ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้น และเติบโตมาอย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน [1]

กติกาไว ปะทะไว ฟันดาบแบบคนไม่ยอมแพ้

แม้จะอยู่บนรถเข็น แต่ความดุเดือดของเกม ไม่ได้ลดลงเลย ตรงกันข้าม มันกลับเพิ่มความเข้มข้น ในมิติใหม่ เพราะเมื่อนักกีฬา ถูกยึดแน่นไว้กับพื้นสนาม ทุกการโจมตีและตั้งรับ ต้องอาศัยความแม่นยำ ความไว และการอ่านใจ แบบชิดติดปลายคมดาบ กติกาหลัก ๆ มีดังนี้

  • นักกีฬาจะถูกยึดรถเข็นให้แน่นกับฐาน เพื่อป้องกันการเคลื่อนรถ
  • แข่งขันในอาวุธ 3 ประเภท คือ ฟอยล์ (Foil) แต้มจากการแทงโดนลำตัว, เอเป้ (Épée) แทงได้ทั่วร่างกาย, เซเบอร์ (Sabre) นับเฉพาะเหนือเอว แขน ศีรษะ
  • แบ่งนักกีฬาออกเป็น 2 คลาส คือ Class A ทรงตัวได้ดี กล้ามเนื้อส่วนบนแข็งแรง และ Class B การทรงตัว และควบคุมลำตัวมีข้อจำกัด
  • ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตรวจจับการแตะ ถูกต้อง แม่นยำ

 

นอกจากนี้ยังมีการแข่งแบบเดี่ยว และแบบทีม ซึ่งใช้กติกาเดียวกันกับ ฟันดาบโอลิมปิก แค่เปลี่ยนมุมมองจาก “ยืนดวล” เป็น “นั่งดวล” เท่านั้นเอง [2]

ดวลกันยังไง ความแม่นยำที่เกิดขึ้นภายในวินาทีเดียว ?

ฟันดาบบนวีลแชร์ ไม่มีจังหวะหลบ หรือถอยหลังหนี เหมือนกีฬาอื่นอย่างเช่น วีลแชร์ เทนนิส ทุกอย่างเกิดขึ้นในระยะประชิด การป้องกันหรือโจมตี จึงต้องเกิดขึ้น ภายในเสี้ยววินาที นักกีฬาต้องอาศัยปฏิกิริยาไว อย่างกับนักบินรบ เทคนิคสำคัญที่คนดู อาจไม่ทันสังเกต ได้แก่

  • การ “หลอกไหวพริบ” (Feint) คือการขยับดาบ เพื่อให้คู่ต่อสู้รับผิดจังหวะ แล้วสวนกลับ
  • “Tempo” หรือการเปลี่ยนจังหวะเร็ว-ช้า เป็นกลยุทธ์ที่ใช้บ่อย
  • แม้ไม่มีการเคลื่อนที่ของขา แต่การบิดลำตัว ให้มุมได้เปรียบ ก็มีผลมาก

 

ในระดับนานาชาติ นักกีฬาบางคนถึงขั้น ฝึกโดยใช้วิดีโอ Slow motion วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของคู่แข่ง แบบเฟรมต่อเฟรม เพื่อดักจังหวะที่ “แทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า”

ฟันดาบระดับเทพ จากนักกีฬาไทยสายใจสู้

วีลแชร์ ฟันดาบ

ถ้าพูดถึงตำนาน ของวงการวีลแชร์ฟันดาบไทย ชื่อของ “สายสุนีย์ จ๊ะนะ” คือชื่อที่คนทั้งประเทศต้องรู้จัก นักกีฬาหญิงคนนี้ ไม่ได้แค่ฟันดาบเก่ง แต่คือ นักสู้ที่ใช้ใจนำทาง หลังจากประสบอุบัติเหตุ และสูญเสียขา เธอเลือกที่จะ “ลุกขึ้น” บนรถเข็น พร้อมจับดาบฟาดโชคชะตา ด้วยมือสองข้างของตัวเอง

ในพาราลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส เธอสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการคว้าเหรียญทองใน ทั้งสามประเภทอาวุธ (ฟอยล์, เอเป้, เซเบอร์) กลายเป็นนักกีฬา วีลแชร์ฟันดาบหญิง คนแรกของโลกที่ทำได้

แต่เรื่องของสายสุนีย์ ไม่ใช่แค่สถิติทองคำ ทุกคำพูดของเธอ “ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไร ฉันมีครบทุกอย่างที่ต้องใช้สู้ชีวิต” กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ และเยาวชนที่ใช้วีลแชร์ทั่วประเทศ กล้าก้าวออกจากความกลัว และเชื่อว่าชีวิต ยังมีทางให้ลุกขึ้นยืน แม้จะไม่ได้ยืนบนขาก็ตาม [3]

ไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นศิลปะของสมาธิ และพลังใจ

วีลแชร์ฟันดาบไม่ใช่แค่ เรื่องของกล้ามแขน หรือสายตาไวเท่านั้น แต่มันคือศิลปะแห่ง “ใจนิ่ง” นักกีฬาจะต้องอยู่ในสมาธิที่สูงมาก ไม่ให้เสียงฝูงชน แสงไฟ หรือแม้แต่เสียงดาบกระทบกัน มารบกวนสมอง

ในทางจิตวิทยา การฟันดาบในสภาพกดดันแบบนี้ คล้ายกับหมากรุกสายฟ้า เพราะทุกการตัดสินใจ เกิดขึ้นในขณะที่ “คิดไม่ได้แล้ว แต่ต้องทำให้ได้” บางคนใช้วิธีฝึกสมาธิแบบเซน หรือการหายใจแบบปราณโยคะ เพื่อควบคุมจังหวะของหัวใจ ให้ไม่เต้นแรงจนมือสั่น

มุมลับที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง

  • รถเข็นแข่งไม่มีระบบดูดซับแรงกระแทก ถ้าถูกดาบแทงแรงๆ หรือล้มท่าชน จะรู้สึกถึงแรงสะเทือนได้เต็มๆ
  • บางแมตช์ นักกีฬาเคยมีบาดแผล จากการฟาดข้อมือซ้ำๆ เพราะต้องใช้แรงอย่างต่อเนื่อง
  • เสียงกระทบดาบ เป็นมากกว่าเสียงประกอบ มันคือ “เสียงเตือนสติ” ให้กลับมาอยู่กับเกมตรงหน้า

อยากลองเล่นวีลแชร์ฟันดาบ ต้องเริ่มยังไง ?

ถ้ากำลังคิดว่า “เราเล่นได้ไหม?” คำตอบคือ “ได้” เพราะปัจจุบันในไทย เริ่มมีการส่งเสริม และสนับสนุนกีฬานี้มากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะในระดับเยาวชน สามารถติดต่อสถานที่ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ในประเทศไทยได้ 

เช่น สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย และ สมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทย ที่อาจเปิดรับสมัครนักกีฬาฝึกหัด ในบางช่วงปี

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ร่างกายพร้อมรับแรงสะเทือนจากดาบ
  • สมาธิ และใจที่กล้าลองสิ่งใหม่
  • ถ้ามีรถเข็นของตัวเอง แนะนำให้ใช้แบบที่ยึดกับพื้นสนามได้ดี

บทส่งท้าย เรื่องราวของ วีลแชร์ ฟันดาบ

วีลแชร์ ฟันดาบ ไม่ได้สร้างขึ้นมา เพื่อความสงสาร แต่มันคือเวทีที่คนมี “ข้อจำกัด” ลุกขึ้นมาตั้งคำถาม กับขีดจำกัดไม่มีการได้เปรียบ ไม่มีการยกเว้น ทุกคนดวลกันด้วยสมอง มือ และใจ และนั่นแหละ ที่ทำให้สนามเล็กๆ แห่งนี้ กลายเป็นสนาม ที่ทรงพลังที่สุดสนามหนึ่ง ของโลกกีฬา

วีลแชร์ฟันดาบ ต่างจากฟันดาบทั่วไปยังไง ?

นักกีฬาจะนั่งอยู่บนรถเข็น ที่ล็อกติดกับพื้น แข่งขันในระยะประชิด แบบไม่สามารถเคลื่อนที่ถอย หรือเดินหน้าได้ ทำให้ต้องใช้สมาธิสูงมาก และทุกจังหวะต้องแม่นยำ ในเสี้ยววินาที

วีลแชร์ฟันดาบในไทย มีนักกีฬาระดับโลกไหม ?

มี สายสุนีย์ จ๊ะนะ คือนักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบ หญิงไทยคนแรก ที่คว้าเหรียญทองทั้ง 3 ประเภทในพาราลิมปิก 2024 และกำลังมีนักกีฬารุ่นใหม่ หลายคนเดินตามรอยเธอ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง